Archive : Vacation

เซตาบันดุ 3

ในขณะที่เกสต์เฮาส์อาจอยู่ห่างไกลโดยไม่มีบริการโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต Setabandhu ทำให้แน่ใจว่าผู้เข้าชมจะได้รับความสะดวกสบายและได้รับอาหารอย่างดี ทุกเย็นเธอและทีมงานของเธอรวบรวมอาหารที่มีอาหารไทยหลายชนิดรวมถึงสิ่งที่เธออธิบายว่าเป็นบาร์บีคิว ‘สไตล์ออสซี่’: เสียบไม้ย่างของหมูถูเครื่องเทศ, พริกไทยและหัวหอมปรุงสุกบนตะแกรง และเค้กของ Setabandhu เป็นตำนานในหมู่ชุมชนออฟโรดของประเทศไทย เค้กช็อคโกแลต, เค้กกล้วยหอมและเค้กแครอทที่ดีที่สุดที่ฉันเคยลิ้มรสจะอบสดใหม่ทุกวันและจัดเป็นส่วนหนึ่งของงานเลี้ยงสำหรับแขกที่มาพัก

 

ในฐานะที่ภูมิใจในฐานะ Setabandhu มีผู้เยี่ยมชมเป็นจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาลูกชายของเธอนรินทร์เชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงของแม่ของเขาคือการรักษาเหมืองสมศักดิ์ในสภาพสมบูรณ์และช่วยเหลือครอบครัวที่เลือกที่จะอยู่ต่อ

 

“ ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่แม่ของฉันจะทำเมื่อเธอย้ายขึ้นไปที่เหมือง” เขาบอกฉันทางโทรศัพท์จากสำนักงานของเขาในกรุงเทพฯ “ [แต่] เกสต์เฮาส์เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการพักอาศัยและสร้างโอกาสให้กับครอบครัวเหล่านั้นที่จะเป็นไปได้ทั้งหมด แต่เป็นไปไม่ได้หากไม่ได้เกิดขึ้น”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Setabandhu บอกกับฉันว่าเจ้าหน้าที่จากกรมเหมืองแร่ได้ไปเยี่ยมทำการขุดเจาะทดสอบ “ พวกเขาพูดว่า ‘คุณไม่ไปไหนเลย Pa ตลาดสำหรับกระป๋องกำลังกลับมาอีกครั้ง” เธอจำได้ “ ฉันบอกพวกเขาว่าสามีของฉันเป็นวิศวกรเหมืองแร่ แต่พวกเขาบอกว่าเหมืองสมศักดิ์ไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีฉัน”

 

“ บางทีวันเก่าที่ดีจะกลับมาอีกครั้ง” เธอกล่าวเสริมใบหน้าที่โหยหา

 

ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไรประตูของบ้านป่าต้นสักแห่งสมศักดิ์เปิดและปิดถนนนักปั่นดินนักวิ่งและคนรักธรรมชาติสามารถมั่นใจได้ว่าเค้กของ Setabandhu กำลังรออยู่ที่ปลายถนนขรุขระและหินที่เก่าแก่ .

Setabandhu ครั้งแรกที่มาทางตะวันตกของประเทศไทยในปี 1967 เพื่อเยี่ยมชมสมศักดิ์สามีของเธอที่ดำเนินการเหมืองดีบุก (เครดิต: จอห์นแม็คมาฮอน)

Setabandhu รู้ว่าสถานที่ห่างไกลของฉันจะดึงดูดผู้อยู่อาศัยในเมืองต่าง ๆ เช่นกรุงเทพที่ต้องการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ในธรรมชาติ (เครดิต: John McMahon)

ทุกวันนี้บ้านป่าสักสมศักดิ์เหมืองเกล็นเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับรถสี่ล้อและนักปั่นจักรยาน (เครดิต: John McMahon)

เกาะกูดรีสอร์ท 2

สิ่งอำนวยความสะดวกของรีสอร์ท เกาะกูดรีสอร์ท

สิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม

  • รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี ห้องอาหาร/ภัตตาคาร บาร์ พื้นที่ชายหาดส่วนตัว
  • พื้นที่กลางแจ้ง – พื้นที่อาบแดด
  • พื้นที่ชายหาดส่วนตัว – สวนหย่อม

ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพัก

กิจกรรม

  • ชายหาด – กิจกรรมกีฬาทางน้ำในสถานที่ มีค่าบริการเพิ่มเติม
  • ดำน้ำ มีค่าบริการเพิ่มเติม – เรือแคนู มีค่าบริการเพิ่มเติม
  • ห้องคาราโอเกะ – ห้องเกม

อาหารและเครื่องดื่ม

  • บาร์ – ห้องอาหาร/ภัตตาคาร

อินเทอร์เน็ต

  • ฟรี! อินเทอร์เน็ตไร้สาย ให้บริการในพื้นที่ส่วนกลาง และไม่มีค่าบริการ

ที่จอดรถ

  • ไม่มีบริการที่จอดรถ

สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ

  • บริการนวด

บริการ

  • บริการรถรับส่ง (มีค่าบริการ)

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • ตู้นิรภัย

ทั่วไป

  • เครื่องปรับอากาศ – หนังสือพิมพ์

รายละเอียดคร่าวๆ ก็ประมาณนี้หละครับ

เมื่อเดินทางมาถึงที่พักเราก็ไปเช็คอินทันทีเลยครับ เดินไปสักประมาณหนึ่งร้อยเมตร ก็ต้องตะลึงกับวิวที่โคตรสวยอีกแล้ว มันต่างกับที่แรกนะครับ โชคดีของผมที่เลือกพักสองคืนในที่ที่ต่างกันได้เห็นบรรยากาศสองแบบสองสไตล์สองทัศนียภาพ จุดเช็คอินของเราที่นี่พี่พนักงานเต็มใจบริการและได้ช่วยแนะนำกิจกรรมต่างๆ มากมายให้เราได้เลือกสรร ระหว่างที่รอพี่เขาทำเรื่องก็หยุดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆ ที่พัก ด้วยที่พักหันหน้าออกไปทางทะเล และอยู่สูงพอที่จะมองเห็นวิวรอบๆ ได้อย่างชัดเจนและสวยใสเพราะวันนี้แดดค่อนข้างแรงพอสมควร ท้องฟ้าเปิดเป็นสีฟ้าเห็นเมฆชัดเจน ที่นี่คลื่นค่อนข้างสงบเพราะมีภูเขาบังเอาไว้ ในส่วนนี้ผมว่าดีมากเลย เพราะคลื่นจะไม่แรงมาก คลื่นค่อยๆ ซัดมา ค่อนข้างสงบเหมาะกับการพายเรือเล่นเป็นอย่างมาก

เช็คอินเสร็จแล้วก็ขนสำภาระเข้าห้องกันดีกว่า ที่พักของผมต้องเดินขึ้นเนินเขาสักนิดนึงครับ แต่ไม่ต้องกังวลนะเพราะมีพี่โรงแรมช่วยยกของอยู่ แต่ผมบอกพี่เขาไม่ต้องครับ เพราะเราแมนๆ ยกไหวอยู่ ว่าแล้วก็แบกเป้เข้าห้องกันเลย

ลักษณะของห้องผมก็ดูดีสมราคา โดยเป็นเรือนไม้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ที่ชอบสุดคือมีมุ้งด้วย เพราะผมแทบไม่ได้นอนในมุ้งมานานมากแล้ว ได้ฟิวไปอีกแบบ ในห้องตกแต่งด้วยวัสดุที่เป็นไม้เสียส่วนใหญ่ อารมณ์เหมือนไปนอนบ้านยายยังไงยังงั้น ด้านหน้ามีเปลอีก นั่งชิวๆ เล่นๆ หน้าห้องพักชมวิวสวน วิวทะเล กินเลย์ ขนมกรุบกรอบก็ดีเลยหละครับ แต่มีข้อเสียนิดนึงแอร์ที่นี่ต้องใช้เวลาสักนิดนึงห้องถึงจะเย็น เพราะอากาศรอบนอกค่อนข้างร้อน แต่จะอยู่ในห้องทำไมครับ ในเมื่อทะเลสวยๆ รอเราอยู่

 

เกาะกูดรีสอร์ท 1

ก้าวเข้าสู่คืนที่ สามแล้วน้า

นั่งรถไม่นานก็ถึงที่พักของเราคืนที่สองในเกาะกูด อันนี้ก็ต้องแล้วแต่นะครับว่าที่พักใครจะใกล้หรือไกล ก็ใช้เวลาต่างกัน ผมลืมเล่าไปนิดนึงวันที่ผมไปพักผ่อนนั้นเป็นวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์พอดี เป็นไปได้ยากเลยครับที่จะไม่โดนสาดน้ำจากเด็กๆ ถ้าใครซีเรียสก็ใส่เสื้อกันฝนบางๆ ติดไปก็ได้ครับ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสก็ให้น้องๆ เขาสาดเล่นบ้างก็ได้ครับ มันเป็นเทศกาลอะเนอะ แต่จะบอกว่านั้นมีตลอดทางเลยหน้า ห้าๆ ขากลับออกจากที่พักแรกเพื่อเดินทางไปที่ที่สอง ก็ไม่มีเล่นนะครับ เพราะที่พักผมนั้นอยู่ใกล้ๆกัน

ที่พักคืนที่สองของเรานั้นชื่อว่า เกาะกูดรีสอร์ทครับ

Koh Kood Resort ตั้งอยู่ในบริเวณชายหาดส่วนตัวบนเกาะกูดที่มีบรรยากาศของเขตร้อน ให้บริการห้องอาหาร บริการนวด และห้องพักพร้อมระเบียง นอกจากนี้ยังมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี

ห้องพักปรับอากาศที่ Koh Kood Resort ตั้งอยู่ในสวนเขตร้อน มีเคเบิลทีวี และห้องน้ำในตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น

ผู้เข้าพักสามารถจัดทริปดำน้ำหรือไปพายเรือแคนูโดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม นอกจากนี้ท่านยังสามารถผ่อนคลายด้วยการเล่นเกมในห้องเกม สำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการสำรวจเกาะ โรงแรมมีบริการรถจักยานยนต์เช่าและบริการรถรับส่ง

ห้องอาหารในสถานที่ให้บริการอาหารท้องถิ่นและเครื่องดื่มอย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นที่บาร์

 

Koh Kood Resort อยู่ห่างจากท่าเรือแหลมศอก 1 ชั่วโมง 30 นาที ด้วยการเดินทางโดยเรือเร็ว

 

สิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม

รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี ห้องอาหาร/ภัตตาคาร บาร์ พื้นที่ชายหาดส่วนตัว

ห้องประเภทต่างๆ

บังกะโลวิวทะเลพร้อมเครื่องปรับอากาศ

ขนาดบังกะโล : 38 ม.²

บังกะโลวิวสวนพร้อมเครื่องปรับอากาศ

ขนาดบังกะโล : 35 ม.²

สุพีเรียร์บังกะโลวิวสวนพร้อมพัดลม

ขนาดบังกะโล : 35 ม.²

สุพีเรียร์บังกะโลวิวสวนพร้อมเครื่องปรับอากาศ

ขนาดบังกะโล : 35 ม.²

บังกะโลนี้มีเครื่องปรับอากาศ และลานเฉลียงพร้อมวิวทะเล

สิ่งที่มีในห้องน้ำส่วนตัว:

เครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี       ฝักบัว

สุขา

วิว:

วิวทะเล

สิ่งอำนวยความสะดวกในบังกะโล :

ตู้เย็น                          ระเบียง

โทรทัศน์                      พื้นที่นั่งเล่น

เครื่องปรับอากาศ   (มีบางห้องตามหัวข้อ)                                               พื้นไม้หรือปาร์เกต   มุ้ง

การสูบบุหรี่: ​ห้ามสูบบุหรี่

รอบ ๆ บริเวณที่พัก

สถานที่ใกล้เคียง *

น้ำตกคลองเจ้า 7.5 กม.

หมู่บ้านชาวประมง10.9 กม.

ชายหาดในละแวกที่พัก

Bang Bao Beach 300 ม.

Sai Daeng Beach 700 ม.

Ao Ngamkho Beach 1.1 กม.

Takhian Beach 1.3 กม.

สนามบินที่ใกล้ที่สุด *

Trat Airport 77 กม.

เช็คอิน 14.00 น. ไปถึงก่อนก็ดีครับ

เช็คเอาท์ 11.00 น.

 

Review Cham’s House Kohkood 1.9

เมื่อถึงเวลาก็ต้องพักผ่อน

เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันกับการทำกิจกรรมมากมาย ก็ถึงเวลาที่เราต้องพักผ่อนกันแล้วครับ แอร์เย็นฉ่ำกับเตียงนุ่มๆ พร้อมสำหรับการนอนหลับพักผ่อนกันแล้ว ว่าแต่ใครยังมีแรงเหลือจะเล่นน้ำหน้าห้องตัวเองก็ยังได้อยู่นะครับ

ม๊อนิ่ง ไม่มีไก่ขันแล้วนะครับสำหรับสมัยนี้ มีแต่เสียงนาฬิกาปลุกงิ้งๆ จากโทรศัพท์ของเรานี่แหละที่คอยหลอกหลอนโสดประสาทเราทุกวัน ขี้เกียจจังแทบไม่อยากจะลุกจากเตียงเล้ย แต่ก็ต้องฝืนลุกเพราะถึงเวลาอาหารเช้าแล้วหนาออเจ้า แม่การะเกดไม่ต้องไปโขลกน้ำพริก ตีกระเทียม ตั้งหม้อให้เหนื่อยแต่อย่างใด เพราะที่นี่เค้ามีอาหารเช้าบริการแบบ Full Option จัดเต็มกันเลยทีเดียว จะช้าไปใยไปจัดกันตามแบบฉบับหมูป่าผู้โหยหิวกันดีกว่า

รายการอาหารเช้าก็คงไม่ต่างจากโรงแรมระดับ 4-5 ดาวกันมากมายครับ ผมก็เล่นชิมซะทุกอย่าง อร่อยหมดทุกอย่างไม่มีที่ติ แต่ที่นี่เข้าดีตรงที่ทานอาหารเช้าพร้อมชมบรรยากาศทะเลไปด้วย เมื่อทานข้าวเสร็จก็ยังพอมีเวลาให้ถ่ายรูปได้อีก หรือจะไปนั่งตากแอร์เย็นๆ ที่ห้องก็ได้แล้วแต่ตามสะดวกเลย ส่วนผมก็เลือกที่จะไปลงสระน้ำสักอีกหนึ่งรอบ เอาแบบชุ่มฉ่ำไปเลย ฉ่ำปอดบวมน้ำกันพอแล้วก็เตรียมสัมภาระแพ็กกระเป๋าไปเช็คเอาท์ที่เคาน์เตอร์กันได้เลย คงเหมือนหลายๆ โรงแรมที่ต้องเช็อเอาท์ก่อน 12.00 น. ที่นี่ก็เช่นกันครับ เราก็ไปทำเรื่องที่เดิมตรงจุดที่เราเช็คอินนั่นแหละ แล้วเราก็นั่งรอในโซนที่โรงแรมเขาบริการ

ความพิเศษของเกาะกูดอย่างหนึ่งคือ การจะไปพักโรงแรมในคือนต่อไปหากเราเปลี่ยนสถานที่ เขาจะมีบริการรถรับส่งไว้คอยบริการเรา ที่สำคัญคือฟรี ที่จริงก็คงไม่ฟรีหรอกครับ แต่คงรวมมากับค่าเรือของเราไปแล้ว แต่ผมก็รู้สึกว่ามันยังฟรีอยู่น้า เพราะทั้งโรงแรมและพี่คนขับรถมีการติดต่อประสานงานกันตลอดเวลา คอยแจ้งเวลาที่รถจะมารับมีการบอกเวลาเป็นระยะ ประมาณ 12.20 น. ก็มีรถสองแถวมารับเพื่อไปอีกโรงแรมหนึ่ง เมื่อรถมาถึงพี่คนขับก็กระฉับกระเฉงรีบมาคอยบริการช่วยเรายกกระเป๋าให้เรา แต่ผมนี่ไม่ได้ให้พี่เขายก มีแต่จะช่วยคนอื่นยกขึ้นรถส่วนใหญ่ก็เป็นแขกฝรั่งแหละ ระหว่างทางก็มีคดเคี้ยวตลอดเวลา นี่ถ้าให้ขับเองเห็นว่าคงจะไม่ไหวแน่ ไม่ว่าใกล้หรือไกลพี่เขาก็ไปส่งครับ ส่งเราถึงที่ บริการดีแบบนี้ ยกนิ้วให้เลยครับ

Review Cham’s House Kohkood 1.8

บรรยากาศรอบนอกเป็นอย่างไรมาฟังจากผมได้เลยครับ

17.00 น. โดยประมาณ เก๊ง เก๊ง มีเสียงระฆังพร้อมพนักงานโรงแรมเดินมาเป็นขบวน ทีแรกผมก็งงว่าคืออะไร แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า อ้อ นี่เป็นเวลาช่วง ฟรี ซอฟท์ดริ้งนี่เอง ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ มันคือเรื่องจริง เพราะที่นี่เขาคอกเทลบริการฟรีช่วง 5 โมงเย็น ถึง 6 โมงเย็น  ว่าแล้วก็ไปจัดกันเลย เติมไม่อั้นเลย แต่ผมนี่ก็จัดไปแค่สามแก้วเอง ห้าห้าห้า

Happy Hour…คุณเคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขไหม?

ผมเชื่อนะ เรื่องของชั่วโมงแห่งความสุข จริงๆทุกคนก็มีช่วงเวลาในแต่ละวันที่สามารถมีความสุขได้ อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่คุณเองอาจจะมองข้ามไป เช่น ช่วงเวลากลางวัน มื้อเที่ยงกับเพื่อนร่วมงาน หรืออาจจะเป็นช่วงเวลาอาหารเย็นที่ทุกคนจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เวลาแบบนี้มันมีคุณค่าเหลือเกินนะครับ

สำหรับ Cham’s House แล้ว ได้จัดช่วงเวลาแห่งความสุข ซึ่งเราได้เลือกเวลาที่ทุกท่านจะได้ดื่มด่ำกับบรรยาศ และความสวยงามของท้องทะเล พร้อมกับเครื่องดื่มแก้วโปรด ในช่วง 17.00-18.00 น. ตลอด 1 ชั่วโมง ทุกท่านจะได้เห็นท้องทะเลที่กว้างใหญ่ และท้องฟ้าสีชมพู ก่อนพระอาทิตย์จะตกลงบริเวณหน้า Cham’s House พอดี

บรรยากาศที่ดี กับเครื่องดื่มดีๆสักแก้ว เพื่อเติมเต็มช่วงโมงแห่งความสุขให้ “สุข” ยิ่งขึ้นจิบคอกเทลนอนฟังเสียงคลื่นพร้อมกับเบิกตามองวิวที่อยู่ตรงหน้านี่ช่างงดงามจริงๆ ไม่มีกล้องถ่ายรูปไหนจะชัดเท่ากับเลนส์ตาของเราอีกแล้ว ไม่มี มันสวยมากเกินบรรยายเป็นตัวอักษรผ่านจอมือถือของท่านได้ อยากให้ลองได้มาสัมผัสกับตัวเองว่า เกาะกูดจามเฮาส์นั้นสวยขนาดไหน

เกือบลืมไปครับที่นี่เค้ามีบริการอาหารที่ลอยน้ำบนสระได้ด้วยห้าๆ

Floating Brunch

– Somtam Koongyang

– Grilled Chicken with northern style sauce

– Spring roll

– Fruit platter

– 2 bottle of drining water or Coke

ราคาก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของอาหารนะครับแต่เริ่มต้นด้วย 1,200 บาท

ห้องอาหารสำหรับมื้อเย็นมีให้บริการลิมทะเล เนื่องด้วยราคามันจะต่างกันนิดนึง                    ผมจึงเลือกกินตอนก่อนสี่โมงเย็น กลางคืนก็กินขนมนิดๆ หน่อยๆ ก็อิ่มแล้วครับ แต่ถ้าใครสนใจเค้าก็มีบริการอยู่น้า

หรือถ้าเราอยากเปลี่ยนบรรยาการทานอาหารริมทะเลแบบสุดๆ ก็ต้องนี่เลยครับ

Picnic Set

Menu

– 1 Pizza

– 1 Fresh fruit platter

– 2 fresh coconut

– 2 Drinking water or Soda

ราคาก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของอาหารนะครับแต่เริ่มต้นด้วย 1,800 บาท

เมนูพิเศษเหล่านี้ผมไม่ได้ลองเล้ย เพราะราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่ เลยซัดแต่มาม่าครับ ห้าห้า

                                                                      

 

Review Cham’s House Kohkood 1.7


บรรยากาศรอบนอกเป็นอย่างไรมาฟังจากผมได้เลยครับ

เมื่อพูดถึงบรรยากาศรอบโรงแรมแล้วนั้นเรียกได้ว่าทุกอย่างผ่านการออกแบบและจัดวางมาได้อย่างลงตัวที่สุดเลยครับ เริ่มตั้งแต่โซนล็อบบี้ต้อนรับแขกสำหรับเช็คอินก็มีบริเวณกว้างขวาง ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถถ่ายรูปเพลินๆ ได้ขณะรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางข้อมูลให้กับเรา อย่าลืมดื่มน้ำกระเจี๊ยบหอมเย็นชื่นใจพร้อมทั้งผ้าเย็นที่มีบริการกันด้วยนะครับ ผมนี่ขอน้ำตั้งสองแก้วเลย

ว่าแล้วก็แบกกล้องเดินถ่ายรูปถ่ายบรรยากาศไปเรื่อยเลย เพราะทุกมุมสามารถถ่ายได้หมดเลยถือว่าสวยทุกมุม ระหว่างเดินทางลงไปชายหาดก็จะพบห้องพักแบบต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วเมื่อตอนก่อนๆ วิวแต่ละห้องก็จะต่างกันไปเพราะอยู่ตามเขาแต่ไม่ชันมากนะ โซนห้องผมอยู่ตรงกลางพอดีที่เหมาะเจาะ ด่านล่างจะมีห้องอาหารสำหรับคอยบริการ ราคาอาหารก็จะต่างกัน โดยในช่วงเวลาเช้าถึงบ่ายๆ ราคาจะถูกกว่าช่วงเย็น เมนูอาหารก็แล้วแต่เราเลือกเลยครับ มีทั้งแบบจานเดียว และอาหารหลากหลายเมนู อาหารทะเล พิซซ่านี่ต้องให้ลองชิมเลย เพราะมันอร่อยมากจริงๆ เดินลงมาก็ถึงหาดพอดี หาดทรายขาว เม็ดละเอียดเดินแล้วนุ่มเท้า น้ำทะเลใสและมีสีออกเขียวแกมฟ้า เมื่อเห็นด้วยตาตัวเองแล้วต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียวหละครับ เพราะมันสวยจริงๆ เราไม่ต้องเดินทางไปไกลเลย เพราะทะเลภาคตะวันออกก็สวยจนไม่รู้จะสวยอย่างไรแล้ว หาดที่นี่มีลักษณะหาดเปิดไม่มีภูเขาบัง ทำให้เรามองเห็นทัศนียภาพได้เต็มๆ แบบพาโนรามาเลยก็ว่าได้ เตียงชายหาดก็มีทั้งแบบเป็นไม้ที่รองด้วยเบาะหนังนุ่มกำลังดี และแบบที่นั่งนิ่มๆ ผมเรียกไม่ถูกแฮะ แต่รู้สึกว่านั่งและนอนแล้วรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก มองไปที่ด้านขวาของโรงแรมโดยหันหน้าออกทะเล ก็จะพบชิงช้าของที่จามเฮาส์ ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ ที่ใครก็มาก็อดแชะถ่ายรูปกันไม่ได้ จริงๆ ก็ได้แตกต่างอะไรมากมายจากที่อื่น แต่ทำไมไม่รู้ผมก็ใช้เวลาถ่ายรูปกับชิงช้านั้นได้นานเลย มองไปด้านซ้ายของโรงแรมโดยหันหน้าออกทะเล ก็จะพบหาดทรายทอดยาวออกไปที่ยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก เพราะไม่มีรีสอร์ทหรือโรงแรมใดมาตั้งใกล้ๆ ทำให้เราได้เดินชมบรรยากาศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในพื้นที่บริเวณนั้นได้อีกมาก ผมไปในช่วงที่เสี่ยงมีฝนเล็กน้อยก็ยังหวั่นๆ อยู่ตอนดูพยากรณ์อากาศ แต่พอไปถึงแล้วฟ้าก็เปิด น้ำก็ใส แต่แอบมีคลื่นแรงนิดนึง คงไม่เหมาะกับการพายเรือเท่าไรครับ แต่พี่พนักงานบอกว่าถ้าน้ำนิ่งๆ นี่พายเรือสนุกเลย

       

 

Review Cham’s House Kohkood 1.6 (เจาะลึกภายในห้อง)

มาเจาะลึกภายในห้องกันบ้างดีกว่าครับ

        อ่างน้ำแบบชมวิวท้องฟ้าได้นี่ของเด็ดเลยหละครับ เพราะจากการหาข้อมูลมานั้นว่ากันว่าการออกแบบนั้นที่ปลายปล่องของมุมที่เห็นท้องฟ้านั้นจะมีต้นไม้แผ่ให้เห็นนั่นคือความตั้งใจของผู้ออกแบบที่ทำให้เกิดขึ้น อ่างน้ำเราสามารถแช่ได้ทั้งวันทั้งคืนเพราะมันอยู่ในโซนห้องของเราครับ

มินิบาร์เติมสองเวลา ฮ้าฟังไม่ผิดหรอกครับ เมื่อไปถึงผมอยากจะบอกว่าให้เก็บมินิบาร์ที่ประกอบไปด้วย ถั่วอบเกลือ พิงเกิ้ลสองกระป๋อง ของกินเล่น เป๊ปซี่สองกระป๋อง น้ำเปล่าสองขวด แล้วก็กาแฟสำหรับชงกับเครื่องชงที่มีให้บริการในห้องของเราเลยถ้าเราไม่กินมินิบาร์ทังหมดก็ขอให้เก็บไว้ในกระเป๋าเราเลยครับ เพราะที่นี่เขาใจดี ตอนเช้าเขาจะเอามาเติมให้ใหม่ทั้งหมด โอ้โหแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเติมให้อีก ผมนี่ยิ้มเลย เพราะมีของกินที่ไม่ต้องซื้ออีกตั้งหนึ่งมื้อเลยนะครับ กาแฟแบบสำเร็จที่ใส่เครื่องชงกาแฟก็มีบริการนะครับแต่ในส่วนนี้ผมไม่ได้ลองลิ้มรสชาดเลย

ด้วยห้องเป็นลักษณะโค้งคล้ายแบบพาโนรามาทำให้เราเห็นวิวได้เป็นมุมกว้างจริงๆ แล้วเราสามารถนอนบนเตียงนุ่มๆ ก็ได้เลยนะครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่เราประทับใจอีกก็คือ ไฟฉายสำหรับส่องสว่างในยามค่ำคืน ร่มที่มีให้บริการในห้องจำนวนสองคัน ตู้นิรภัยที่ใช้บริการง่าย กาน้ำร้อนสำหรับต้มมาม่าหรือกาแฟ ตู้เย็นขนาดพอเหมาะสามารถใส่ของที่ผมซื้อมา ลืมบอกไปครับ ด้วยความกลัวว่าของบนเกาะจะราคาสูง ผมจึงจัดการเสบียงมาจากฝั่งเลย คุณผู้อ่านเชื่อไหมครับผมซื้อน้ำขวดหนึ่งจุดห้าลิตรครึ่งโหล และบรรดาขนมกรุบกรอบ ช็อคโกแลต มาม่า โจ๊ก หอบหิ้วขึ้นมาบนเรือฝ่าน้ำฝ่าทะเลมาจนถึงที่พัก ใครเห็นต่างก็หัวเราะนะครับ ว่าจะขนมาอะไรขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่สนใจครับ เพราะของบนเกาะนั้นราคาค่อนข้างสูงพอตัวอยู่นะครับ อันนี้ก็เข้าใจได้ว่ามันต้องมีต้นทุนค่าขนส่งค่าเรือ ค่าน้ำมัน ราคาก็เลยค่อนข้างสูงไปนิดนึง แต่ไม่ได้แพงมากมายขนาดนั้นนะครับ เป็นราคาที่ถ้าจำเป็นจริงก็สามารถจ่ายได้ ถ้าใครไม่ได้คิดอะไรก็ไม่ต้องหอบมาเหมือนผมนะครับ เพราะมันก็เหนื่อยพอตัวอยู่ ห้าห้าห้า แต่จะว่าไปนั้นเสบียงที่เตรียมมาก็อยู่ได้ถึงสามวันสองคืนเลยนะครับ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มแถมขากลับยังกินไม่หมดเลยนะ ยังไงก็ลองวางแผนดูได้ครับ

 

 

Review Cham’s House Kohkood 1.5 (เจาะลึกภายในห้อง)

มาเจาะลึกภายในห้องกันบ้างดีกว่าครับ

จุดเด่น

ขนาดห้อง: 71 ตารางเมตร                                 วิว: สวน

ระเบียง/ชานเรือน                                           ห้องปลอดบุหรี่

ห้องอาบน้ำฝักบัวและอ่างอาบน้ำแยกกัน                 สระว่ายน้ำส่วนตัว

ห้องน้ำและอุปกรณ์ในห้องน้ำ

กระจก                                                        ของใช้ในห้องน้ำ

ไดร์เป่าผม                                                    ผ้าเช็ดตัว

เสื้อคลุมอาบน้ำ                                              อ่างน้ำวน

ความบันเทิง

Wi-Fi ทุกห้อง (ฟรี)                                          เครื่องเล่นดีวีดี/ซีดี

แท่นวางไอพอดพร้อมลำโพง                               โทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิล

โทรศัพท์

สิ่งอำนวยความสะดวก

เครื่องปรับอากาศ                                           บริการโทรปลุก

พัดลม                                                         ม่านทึบแสง

รองเท้าแตะใส่ในห้องพัก

อาหาร เครื่องดื่ม ของว่าง

เครื่องชงกาแฟ/ชา                                           ตู้เย็น

น้ำดื่มบรรจุขวด (ฟรี)                                        มินิบาร์

แผนผังและเฟอร์นิเจอร์

โต๊ะทำงาน                                                   พื้นที่นั่งเล่น

เครื่องแต่งกายและการซักรีด                               ตู้เสื้อผ้า

ราวตากผ้า                                                   ห้องแต่งตัว

ความปลอดภัย

เครื่องตรวจจับควัน                                          ตู้เซฟในห้องพัก

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องก็ประทับใจเป็นอย่างมากเลยครับ ด้วยกลิ่นที่ละมุนของเครื่องทำควันหอมที่เย้ายวนใจอย่างมากแทบจะกระโจนลงไปนอนทอดกายเหยียดขาและหลับไปพร้อมกับความเหนื่อยล้า

ด้วยการตกแต่งของห้องที่ต้องร้องว้าวไปเสียทุกสิ่ง ผมไม่มีความรู้เรื่องศิลปะอะไรมากมายแต่ก็สัมผัสได้ถึงความละเอียดอ่อนในการตกแต่ง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในที่ลงตัวไปเสียทุกสิ่ง แทบจะไม่มีที่ติเลย ห้องของผมนั้นเป็นแบบมีสระน้ำอยู่หน้าห้องเลย เป็นสระเกลือที่ใหญ่เพียงพอ ความลึกประมาณหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร เป็นระบบน้ำวน ตกแต่งด้วยไฟที่สลัวในยามค่ำคืน ขอบสระตกแต่งด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ ข้างสระน้ำมีเตียงไม้สำหรับให้เรานั่งพักผ่อน อาบแดดชมวิวทะเล ถือว่าเป็นอีกฟิวสำหรับการแช่น้ำเย็นๆ มองดูวิวทะเลที่เห็นได้จากห้องนี่มันสุดยอดมากๆ ยากเกินจะอธิบาย

ได้เลยครับ เตียงนอนขนาดใหญ่ที่นุ่มและมีสปริงเด้งดึ๋งบวกกับผ้าปูที่นอนและผ้าห่มนั้นก็นุ่มนวลชวนหลงไหลให้เรานอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา เตียงจะหันหน้าออกไปทางทะเล ถ้าเปิดม่านออกจะเห็นวิวทะเลได้ชัดเจน มาถึงเรื่องห้องน้ำกันบ้างขอบอกว่าหรูหราหมาเห่าไม่แพ้กันไม่แพ้กันเพราะเขาแบ่งออกเป็นแต่ละโซนเลย ห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว อ่างอาบน้ำแบบมองเห็นวิวท้องฟ้าก็แยกกันอย่างชัดเจน เครื่องอาบน้ำก็ตะเตรียมไว้ให้เรียบร้อยทั้งสบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม คัตเติ้ลบัด แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หมวกคลุมผมอาบน้ำ โลชั่นถาผิว ถือว่าครบสมบูรณ์แบบทุกสิ่งอย่างจริงๆ อาบน้ำสระผมเสร็จแล้วก็มีไดร์เป่าผมไว้คอยบริการอีก ผ้าเช็ดตัวและผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดดูน่าหยิบน่าใช้ เสื้อคลุมก็สะอาดนุ่มหอมไม่สากเนื้อสัมผัสของผิว

Review Cham’s House Kohkood 1.4

บีช ฟรอนต์ พูล วิลล่า มีจำนวน 3 หลัง มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 71 ตร.ม. เป็นห้องพักแบบวิลล่าที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าของชายหาด ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มองเห็นวิวทะเลที่สวยงามได้แบบเต็มตา ภายในห้องมีเพดานสูงโล่งโปร่งสบาย ใช้วัสดุจากธรรมชาติในการออกแบบและตกแต่ง ใช้โทนสีสันสดใส สร้างบรรยากาศให้ดูสบายตา และมีสระว่ายน้ำส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถเดินไปที่ชายหาดที่อยู่ห่างไปจากตัวห้องเพียงไม่มีก้าว

และ เพรสซิเดนเชี่ยล พูล วิลล่า ขนาด 2 ห้องนอน เป็นวิลล่าที่มีขนาดใหญ่สุด มีจำนวนเพียง 1 หลัง ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 212 ตร.ม.

นอกจากห้องพักที่มีให้เลือกพักผ่อนแบบหลากหลายรูปแบบแล้ว จามส์เฮ้าส์ ยังมีห้องอาหารให้บริการ 2 ห้อง คือ

ห้องอาหารไรซ์ ตั้งอยู่ทางด้านบนของรีสอร์ทติดสระว่ายน้ำ ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของรีสอร์ทและทะเลได้จากมุมสูง ให้บริการอาหารไทย เปิดให้บริการ (อาหารเช้า 07.00 – 10.00 น. อาหารกลางวัน 12.00 – 14.00 น. และอาหารเย็น 18.00 – 22.00 น.)

และ ห้องอาหารบอมบิกซ์บีชบาร์ เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาด ทำให้ได้สามารถสัมผัสกับบรรยากาศริมทะเล ให้บริการเมนูอาหารตะวันตกแบบ All-day dining เปิดให้บริการเวลา 11.00 – 23.00 น. และมี Happy Hour สำหรับเครื่องดื่มค็อกเทล ตั้งแต่ 17.00 – 19.00 น. ทุกวัน

สำหรับใครชื่นชอบการผ่อนคลายกับการทำสปา จามส์เฮ้าส์ มีซิกเนเจอร์สปาที่ใช้ชื่อว่า “วีฟ สปา” ที่มีเมนูทรีตเมนต์หลากหลายให้เลือกใช้บริการ ด้วยผลิตภัณฑ์จาก “ธานน์ (THANN)” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก ในด้านการผสมผสานระหว่างศิลปะการบำบัดโดยธรรมชาติ และนวัตกรรมทางผิวหนังที่ทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

 

นอกจากนั้นที่ จามส์เฮ้าส์ ยังมี “เดอะ ช็อป” บูติกช้อปขนาดเล็ก ที่ให้แขกที่มาพักได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของชำร่วยแฮนด์เมด, เสื้อผ้า, และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อเป็นของที่ระลึกแห่งความทรงจำ

อีกหนึ่งจุดเด่นของ จามส์เฮ้าส์ คือ มีชายหาดที่เงียบสงบ มีหาดทรายขาวเนียนละเอียด มีความเป็นส่วนตัวสูงขนาดไปช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังรู้สึกได้ว่าที่แห่งนี้ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้สูงมาก คนไม่พลุกพล่าน ชายหาดทอดตัวยาวถึง 76 ม. ให้ได้เดินเล่นชมวิวทะเลเพลินๆ นอนอาบแดดแบบสบายๆ หรือลงเล่นน้ำทะเลที่ใสสะอาด รวมถึงยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ได้ทำ อาทิ เล่นวอลเลย์บอลชายหาด พายเรือคายัค โยคะ และอีกมากมาย หรือหากการดำน้ำเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณถวิลหา จามส์เฮ้าส์ จะเป็นสววรค์แห่งโลกใต้ทะเลของคุณ เพราะรีสอร์ท ตั้งอยู่ในเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ของเหล่าประการังและสัตว์น้ำหลากสี นานาชนิดที่อาศัยอยู่รอบๆ เกาะอีกด้วย

ไปเถอะครับ จามเฮาส์แล้วคุณจะหลงรักอย่างไม่รู้ลืม

Review Cham’s House Kohkood 1.3


“จามส์เฮ้าส์” บ้านหลังที่สองของนักเดินทางทุกคน บ้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันทรงคุณค่า บ้านที่พร้อมจะต้อนรับนักเดินทางทุกท่านให้มาสัมผัสมนสเน่ห์ของจามและความเป็นไทย

ที่ตั้ง : จามส์เฮ้าส์ ตั้งอยู่บนหาดคลองหิน ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกูด ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือแหลมศอก (จังหวัดตราด) เป็นระยะเวลาประมาณ 45 นาที โดยเรือเฟอรี่ การตกแต่งของรีสอร์ทเป็นสไตล์ Contemporary Tropical ที่เป็นการผสมผสานความร่วมสมัยและความวิจิตรงดงามอย่างลงตัวของศิลปะจาม

จามส์เฮ้าส์ เกาะกูด ให้บริการห้องพักจำนวน 21ห้อง และวิลล่าสุดหรูจำนวน 32 หลัง ซึ่งแต่ละห้องพักและวิลล่าถูกตกแต่งอย่างสวยงามในแนวร่วมสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์หรือเตียงคู่ ทีวีระบบดาวเทียม แอลซีดีทีวี ขนาด 32” อินเทอร์เน็ตไร้สาย โทรศัพท์ เครื่องเล่นดีวีดี ตู้นิรภัยภายในห้องพัก เครื่องชงกาแฟ ตู้เย็นมินิบาร์ ห้องอาบน้ำฝักบัว ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำแบบเปิดโล่ง ห้องอาบน้ำฝักบัวกลางแจ้งแยกต่างหาก อ่างล้างมือคู่ และมีระเบียงนั่งเล่นพร้อมบริเวณเก้าอี้นั่งเล่น

ห้องพักของ จามส์เฮ้าส์ มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกพัก สามารถแบ่งออกได้เป็นดังนี้

ดีลักซ์ โอเชี่ยน วิว มีจำนวน 17 ห้อง มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 37 ตร.ม. เป็นห้องพักที่อยู่ในอาคารหลัก ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นเนินเขา จากระเบียงห้องพักสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ บริเวณรีสอร์ทและวิวทะเลได้ แกรนด์ ดีลักซ์ จากุซซี่ โอเชี่ยน วิว มีจำนวน 4 ห้อง มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 48 ตร.ม. เป็นห้องพักที่อยู่ในอาคารหลัก แต่มีความพิเศษตรงที่มีอ่างจากุซซี่บนระเบียงของห้อง สามารถผ่อนคลายหรือชิลล์พร้อมดื่มด่ำทัศนียภาพอันงดงาม

ทร้อพพิคอล วิลล่า มีจำนวน 18 หลัง มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 69 ตร.ม. เป็นห้องพักแบบวิลล่าที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนเขียวชอุ่มรอบๆ รีสอร์ทภายในห้องพักมีเพดานสูงโปร่งดูโล่งแบบผ่อนคลาย และใช้โทนสีสันสดใสตกแต่ง รวมไปถึงใช้วัสดุจากธรรมชาติในการออกแบบและตกแต่งสร้างบรรยากาศที่สดชื่น

ทร้อพพิคอล พูล วิลล่า มีจำนวน 10 หลัง มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 71 ตร.ม. เป็นห้องพักแบบวิลล่าที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนของรีสอร์ทที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ภายในห้องพักมีเพดานสูงโปร่งโล่งสบาย ใช้วัสดุจากธรรมชาติในการออกแบบและตกแต่ง และใช้โทนสีสดใส สร้างบรรยากาศสดชื่นสบายตา และยังเพิ่มความหรูหราด้วยสระว่ายน้ำส่วนตัว ในส่วนของทร้อพพิคอล พูล วิลล่านั้น ผมจะรีวิวแบบฉบับจัดเต็ม ทุกซอกทุกมุมเลยครับ เพราะผมนั้นได้เคยมาสัมผัสถึงความสวยงาม สบายของห้องนี้มาแล้ว ต้องขอบอกว่ามันสุดยอดจริงๆ แทบไม่อยากจะเช็คเอาท์กันเลย