Archive : เที่ยวจ.ตราด

เกาะกูดรีสอร์ท 11 (เกาะกูดในฤดูฝน)

เกาะกูด รีสอร์ท ในช่วงฤดูฝน

ในช่วงปีก่อนๆ การเดินทางไปสู่เกาะกูดนั้นจะไม่สามารถทำได้ ในช่วงหน้าฝน ระว่าง เดือนมิถุนายน จนถึง กลางเดือนตุลาคม โดยที่ท่าเรือของสปีดโบ๊ท จะปิดทำการในระหว่างนั้น ไม่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างไรก็ตาม ในช่วงขวบปีนี้มีบางบริษัทที่ยังเปิดบริการเรือเร็วในช่วงนั้น เพื่อที่จะพาลูกค้าไปสู่เกาะกูดในช่วงฤดูฝนได้เช่นกัน

ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้เอง ที่เกาะกูด รีสอร์ท ยังคงสามารถเปิดและรองรับลูก เพื่อเข้ามาพักได้ในระหว่างช่วงฤดูฝนนี้ ซึ่งลูกค้าที่จะเข้ามาพักในเกาะกูด รีสอร์ท ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นบุคคลที่ มีวันหยุดพักผ่อนไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มาจากกรุงเทพฯ หรือ ที่มาจากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทย นั่นเอง ทั้งนี้เราชาว เกาะกูด รีสอร์ท ก็พร้อมที่จะต้อนรับลูกค้าทุกท่าน ด้วยความอบอุ่นและจริงใจตลอดเวลา ในทุกช่วงฤดูกาลเช่นกันโปรดรับทราบด้วยว่า: เรือที่จะนำท่านไปสู่เกาะกูดได้นั้น จะต้องเป็นเรือใดก็ตามที่แข็งแรง และมั่นคง เพื่อที่จะขับเคลื่อนในช่วงที่มีคลื่นลมแรง แต่บางครั้ง หากมีบางช่วงที่มีคลื่นลมแรงจัด คนที่เดินเรือก็จำเป็นที่จะต้องเลื่อนวันในการเดินทางด้วยเช่นกัน

ทราบด้วยว่า ในระหว่างช่วงโลซีซั่น นั้น จะมีข้อจำกัดในการรับจองห้องพักมา ณ ที่นี้ด้วย

ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถที่จะจองห้องพักของเราในแบบ เนเจอร์เลิฟแพ็คเก็จ สำหรับ 3วัน 2 คืน (พร้อมทั้งหากคุณต้องการที่จะเพิ่มวันในการอยู่ต่อด้วย) แต่เนื่องจากห้องอาหารของรีสอร์ท จะเป็นที่เดียวที่เปิดต้อนรับคุณได้ เพราะช่วงนั้นจะไม่มีโปรแกรมดำน้ำอยู่แล้วและทางรีสอร์ทเองก็ต้องการที่จะทราบว่า เราต้องไปสั่งซื้อและจัดเตรียมอาหารในแต่ละมื้อนั้นมากน้อยเพียงใด เพื่อให้เพียงพอแก่ความต้องการของลูกค้า ดังนั้น คุณสามารถเปลี่ยนเป็นห้องพักราคาประหยัดพร้อมอาหารเช้า ก็ได้เช่นกัน โดยที่คุณก็จะจ่ายเฉพาะค่าห้องพักที่ลดราคาแล้ว หากคุณต้องการสั่งอาหารกลางวัน และอาหารเย็น คุณก็สามารแจ้งให้ทางรีสอร์ททราบว่าคุณต้องการทานอาหารแบบใด ทั้งนี้โรแมนติกแพ็คเกจก็ไม่สามารถใช้ในช่วงหน้าโลซีซั่นได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ช่วงนี้จะแตกต่างจากข้อมูลในหน้า การเดินทางไปเกาะกูด ด้วยเหตุผลที่ว่าเราสามารถบริการรถรับ

ท่านจากโรงแรม S.A hotel หรือในตัวเมืองตราดเวลา 11:00 นาฬิกา เพื่อมาขึ้นเรือที่ท่าและออกจาก

ท่าเรือในเวลา 12:30 นาฬิกา เมื่อมาถึงเกาะกูดเรือเร็วที่ท่านนั่งมานั้นจะไม่สามารถไปส่งท่านให้ถึงหน้า

รีสอร์ทได้ เพราะในช่วงฤดูนี้เรือเร็วจะมาส่งเฉพาะที่ท่าเรืออ่าวสลัด ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ของเกาะกูด ดังนั้น

รถของทางเกาะกูด รีสอร์ท จะต้องไปรับท่านที่ท่าเรือ อ่าวสลัดที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะกูดแห่งนี้ หรือในบางครั้งอาจจะเป็นท่าเรือต่างๆที่เป็นแบบคอนกรีตแข็งแรง บนเกาะกูด ค่ารถรับส่งท่านจากท่าเรือ ไปที่รีสอร์ทคือ 500 บาทต่อเที่ยว ทั้งนี้ รีสอร์ทใกล้เคียง อาจจะปิดให้บริการในช่วงฤดูฝนด้วยเช่นกัน

ดังนั้นคุณอาจจะต้องพักแบบอย่างโดดเดี่ยวบนเกาะกูด ด้วยเหตผลที่อาจจะมีลูกค้าน้อย ทั้งในรีสอร์ท หรือ

อาจจะเป็นรีสอร์ทใกล้เคียงก็ตาม ในขณะที่ทะเล ทัวร์ดำน้ำดูปะการัง หรือ ทัวร์ชมน้ำตก (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น) ที่รวมอยู่ในเนเจอร์เลิฟแพ็คเก็จ ห้องพักบังกะโล ห้องอาหารที่มีพนักงาน

น้อยในขณะนั้น และหนังสือดีๆสักหนึ่งเล่ม คุณอาจจะทำหรือรับบริการได้ไม่ครบทุกอย่างในแพ็คเก็จ

ทางด้านตอนบน ในส่วนของอ่าวบางเบ้าแห่งนี้จะป้องกันไม่ให้มีผู้ที่ต้องการว่ายน้ำ หรือ พายเรือคยัค เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากคลื่นลมและสภาพอากาศ บนชายหาดต่างๆ ไมว่าจะเป็นเกาะกูดหรือเกาะช้างก็ตาม

ทั้งนี้ ทางเกาะกูด รีสอร์ท คาดหวังว่า เราจะสามารถติดตั้งแอร์คอนดิชั่นที่สามารถเปิดได้ทั้งวัน ทั้งติดตั้งสายเคเบิ้ลทีวี และสายเคเบิ้ลของอินเทอร์เน็ตที่สามารถใช้ได้โดยตลอด 24 ชั่วโมง ต่อวัน

ตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าจากรัฐบาลที่มีให้ในปริมาณไม่เพียงพอแก่รีสอร์ทต่างๆ ทำให้การมีเครื่องปั่นไฟเป็นของ

รีสอร์ท เพื่อไว้ปั่นไฟใช้งานเองนั้น เป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะรับกระแสไฟที่มีให้จากรัฐบาล

เกาะกูดรีสอร์ท 9 (การเดินทาง 1)

การเดินทางจากท่าเรือ จังหวัดตราด ไปที่เกาะกูด รีสอร์ท

เกาะกูดรีสอร์ท ได้ติดต่อใช้บริการของเรือศิริไวย์สปีดโบ๊ท ซึ่งมีท่าเรือตั้งอยู่ท่าเรือแหลมศอก และในบางครั้งก็มีที่ท่าเรือด่านเก่า ด้วยเช่นกัน โดยแน่ใจได้ว่าทางศิริไวย์นั้น ให้ความปลอดภัยแก่ลูกค้า ไปที่เกาะกูด รีสอร์ท อย่างแน่นอน ในปัจจุบัน ท่าเรือศิริไวย์แห่งนี้ ให้บริการด้วยเรือเร็ว หนึ่งเที่ยวต่อวัน ในการรับส่งลูกค้า ไปที่เกาะกูด เรือจะออกจากแหลมศอก เวลา 10:00 ถึงเกาะกูดประมาณ11.30 โดยจะนำคุณไปสู่ท่าเรือของเรา โดยตรง ในอ่าวบางเบ้านั่นเอง หรือหากคุณไม่ได้นำรถมาเอง ทางเรายังมี บริการรถรับฟรี จากโรงแรม S.A hotel หรือสถานีขนส่ง จังหวัดตราด หรือ สถานที่ต่างๆในตัวเมืองตราด ที่จะบริการใน ช่วงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เรือจะออก อีกด้วย ทั้งนี้คุณต้องแจ้งความจำนงค์ให้เราได้ทราบก่อน อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

นอกจากสปีดโบ๊ทแล้ว ยังมีเรือเฟอรรี่ของ เกาะกูดเอ๊กซ์เพลส และ เรือบุญศิริ/Catamaran บริการลูกค้าจากแหลมศอก โดยเรือเกาะกูดเอ๊กซ์เพลสจะออกจากแหลมศอกเวลา 12.30 ตรง ทุกๆวัน แม้ในช่วงฤดูฝน ที่สปีดโบ๊ทไม่สามารถเดินทางได้ คุณก็ยังเดินทางมาที่รีสอร์ทของเราโดยเรือเฟอรรี่ของ เกากูดเอ๊กซ์เพลสนี่ได้เช่นเดียวกัน ส่วนเรือบุญศิริจะออกจ่าท่าเรือแหลมศอกเวลา 10.45 และ 14.00 (เวลาอาจเปลียนแปลงในช่วงฤดูฝน กรุณาเช็คที่เว็บเรือโดยตรง)

ท่าเรือของเฟอรรี่นี้จะอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือสปีดโบ๊ท และยังมีรถรับ-ส่งจากตัวเมืองตราดด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เรือของเกาะกูดเอ๊กซ์เพลสจะจอดที่ท่าเรือหลักบนเกาะกูดเพียงที่เดียวเท่านั้น คือท่าเรือน้ำลึก จากนั้นจะมีรถไปส่งลูกค้าทุกท่านถึงรีสอร์ท โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

รถทัวร์จาก กรุงเทพ มา ตราด คุณจะต้องนั่งรถทัวร์เที่ยวแรกเพื่อออกจากกรุงเทพ (ประมาณ 06:00 – 06:15 นาฬิกา) จากสถานีขนส่งเอกมัย หรือ หมอชิตก็เช่นกัน รถจากท่าเรือจะรอรับคุณอยู่ที่สถานี

ขนส่งจังหวัดตราด ในเวลาประมาณ11.30 หรืออาจจจะออกจากกรุงเทพฯตอนรถเที่ยวสุดท้าย (ประมาณ 23:00 นาฬิกา) เพื่อที่จะได้ทันรถรับจากโรงแรม S.A hotel หรือ ในเมืองตราด ในตอนเช้า ไปขึ้น

เรือเร็วศิริไวย์เที่ยวแรกรอบ 10.00 เมื่อเดินทางถึงขนส่งจังหวัดตราด รถสองแถวของท่าเรือจะจอดให้บริการ อยู่ที่ช่องเดินรถหมายเลข 25

การบริการรับส่งจากสนามบินตราด เรายังไม่พร้อมที่จะให้บริการรับ-ส่ง จากสนามบินตราด มาท่าเรือ ในขณะนี้เนื่องจากต้องใช้เวลานานในการรอกว่าจะได้ออกจากสนามบินในตอนเช้า จะดีกว่าถ้าคุณนั่งรถลิมูซีน หรือ รถร่วมบริการ จากสนามบินตราด มาลงในตัวเมืองตราด และเพลิดเพลินกับการเดินเล่น ชมวิว รอบเมืองตราด หรือใช้เวลา

 

เกาะกูดรีสอร์ท 7 (จองห้องพัก)

บริการรับจองห้องพัก กับเกาะกูด รีสอร์ท

สำหรับกาจองห้องพัก ทั้งผ่านทางโทรศัพท์ และทางอินเทอร์เน็ต คุณสารถเข้าไปในหน้า ราคาที่พักและทำการจองห้องพัก หลังจากที่ท่านกรอกรายละเอียดต่างๆและกดส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทางรีสอร์ท จะส่ง ข้อความยืนยันการจองกลับไปภายใน 24 ชั่วโมง ในข้อความตอบกลับนั้นจะประกอบด้วย ระเบียบการมัดจำที่เราเรียกเก็บ 15% – 20% จากจำนวนเต็มทั้งหมด การมัดจำนี้สามารถจ่ายได้โดยผ่านบัตรเครดิต ซึ่งจะได้รับการดูแลจากหน่วยงานระบบการจ่ายเงินของ paysbuy.com เป็นอย่างดี หรืออีกหนึ่งวิธีคือ การจ่ายมัดจำผ่านทางธนาคาร ทั้งนี้ลูกค้าที่อยู่ในประเทศไทยก็ยังสามารถโอนเงินผ่านทางเอทีเอ็ม ผ่านทางเคาท์เตอร์ของทุกธนาคาร หรือไม่ว่าจะผ่านทางอินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้งได้อีกด้วย

 

ประมาณ 2-3 วัน หลังจากได้รับเรื่องการมัดจำห้องพักของท่านเรียบร้อยแล้ว เราจะจัดส่งใบรับรองการมัดจำ

 

พร้อมทั้งรายละเอียดต่างๆของที่พัก และข้อมูลที่จำเป็นต่อการเดินทางมาที่ เกาะกูด รีสอร์ท แห่งนี้อย่างสะดวกที่สุดเท่าที่เราจะสามารถจัดให้ท่านได้

 

ถ้าหากท่านมีข้อสงสัย หรือมีสิ่งใดที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมกับทางรีสอร์ท ท่านสามารถส่งอีเมล์มาที่เราได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้ด้านล่างของหน้านี้ หรือโทรสอบถามได้ที่ 087-0265515 (หรือต่างประเทศ โทร+66-87-0265515).

 

เหตุผลที่ท่านจะได้ประโยชน์จากการจองกับรีสอร์ทโดยตรง:

  • ลูกค้าทำการจ่ายมัดจำเพียง 20% จากราคาเต็ม หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งถ้าท่านจองจากที่อื่นต้องจ่ายเต็มราคาก่อนเข้าพัก
  • ไม่มีการชาร์ตเพิ่มในกรณีที่ท่านจ่ายเงินมัดจำผ่านบัตรเครดิต
  • ยกเลิกการจอง สามารถแจ้งยกเลิกได้ล่วงหน้า 15 วันก่อนถึงวันเข้าพัก (แจ้งล่วงหน้า 30 วันในกรณีเป็นวันหยุดยาวและพีคซีซั่น) เราจะคืนเงินมัดจำในยอดที่หัก 4% ในกรณีที่ลูกค้าทำการจ่ายมัดจำผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ และค่าบริการที่ถูกหักจ่ากธนาคาร ทั้งในและต่างประเทศ หรือตามเงื่อนไขต่างๆของธนาคารที่เกี่ยวข้องในการคืนมัดจำนั้นๆ
  • ข้อมูลห้องพักจะได้รับการอัพเดทตลอดเวลา ทั้งเรื่องห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการเสริมต่างๆที่เพิ่มขึ้นมาในรีสอร์ท
  • ตอบกลับและยืนยันการจองที่ได้รับมา ภายใน 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ของเราจะทำการติดต่อกลับเรื่อง ห้องพักและยืนยันการจองห้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง (ทั้งสำหรับข้อสอบถามที่ส่งเข้ามา หรือการทำการจองที่ลูกค้าได้ส่งมาให้เรา) และระบบถาม-ตอบแบบออนไลน์ ที่สามารถสอบถามกับ เจ้าหน้าที่ของเราในออฟฟิศที่กรุงเทพได้ทันที่
  • ให้ข้อมูลได้ชัดเจนสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ เมื่อติดต่อทางอีเมล์
  • ยินดีรับใช้และแก้ปัญหาให้ลูกค้าเมื่อเกิดปัญหา หรือเมื่อเกิดข้อผิดพลาดต่างๆ
  • หากคุณต้องการพักต่อที่รีสอร์ท ก็สามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราได้ทันที่ในราคาตาม ที่แจ้งไว้ในเว็บไซต์
  • ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงการจอง

สำหรับเส้นทางการเดินทางมาที่เกาะกูดนั้น คุณสามารถเข้ารับชมได้ที่หน้า”การเดินทางไปที่เกาะกูด” ข้อมูลสำคัญอีกอย่างคือ เกาะกูด รีสอร์ท มีชื่อเรียกกันก่อนหน้านี้อีกหนึ่งชื่อ นั่นคือ ฮอลิเดย์ คอททิจ นั่นเอง

 

อาจจะเป็นการยากถ้าหากท่านต้องกำลังมองหาห้องพักในโรงแรม รีสอร์ท หรูหรา บนเกาะกูด แต่เกาะกูด รีสอร์ท ที่พร้อมไปด้วยธรรมชาติ ความเป็นส่วนตัว และเงียบสงบแห่งนี้ จะทำให้ท่านลืมความหรูหราสะดวกสบายที่ท่านต้องการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

 

ท่านสามารถรับชมภาพที่สวยงามอีกมากมาย ในส่วนต่างๆของเกาะกูด รีสอร์ท ทั้งห้องพักบังกะโล และทั้งบนเกาะกูดแห่งนี้ ได้ที่ด้านขวามือ หรือจะทำการจองห้องพักกับเราได้ที่ การจองห้องพักสำหรับเกาะกูด รีสอร์ท

เกาะกูดรีสอร์ท 3

เกาะกูดรีสอร์ท

ที่พักของเราจะหันหน้าออกทะเล สามารถรับลมได้เอื่อยๆ แต่ที่เหมาะที่สุดคือการที่เราได้นั่งๆ นอนๆ ใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงาพร้อมเตียงชายหาดที่มีให้บริการ แล้วรับลมทะเล             ชมทัศนียภาพที่อยู่ด้านหน้าของเรา สวยแบบสะกดติดตราตรึงใจ น้ำทะเลที่นี่จะใสมาก        คลื่นไม่แรง แถมยังมีมุมที่เล่นน้ำใต้ต้นไม้กันแบบไม่ร้อนได้อีกด้วย จุดเด่นของที่นี่แหละอีกหลายๆ ที่ในลักษณะคล้ายกันคือจะมีสะพานทอดยาวออกไปนอกทะเล สำหรับกระโดดน้ำหรือถ่ายรูปสวยๆ มุมนี้แล้วแต่ที่จะครีเอทกันเลย บางคนก็ได้รูปที่สวยงาม เท่ห์ ดูมีสไตล์ บางคนก็ได้รูปแปลกๆ แต่สำหรับตัวผมเองนั้นก็ได้มุมเดิมครับ คือรูปเซลฟี่เห็นหน้าชัดเจนแถมไม่เห็นวิวอะไรเลยหละ ถ้าเป็นวิวก็ถ่ายเก็บไว้ดู กิจกรรมมีมากมายครับไม่ว่าจะดำน้ำที่หน้าที่พักได้เลย ด้วยน้ำที่ใสเราสามารถดำน้ำตื้นบริเวณด้านขวาของที่พัก ก็จะมีปะการังและปลาตัวเล็กๆ ให้เราได้ชมทัศนียภาพโลกใต้ท้องทะเลขนาดย่อมๆ แต่ผมไม่ได้มีโอกาสได้ดำน้ำดูเลย เพราะลืมครับว่าเราสามารถดำน้ำได้ที่หน้ารีสอร์ท ถ้าไม่ถนัดดำน้ำกูสามารถเล่นชิงช้าได้นะครับ ชิงช้าของเกาะกูดส่วนใหญ่ก็จะไปปักหลักอยู่ที่กลางทะเลเลย แจ่มไหมหละ จะโยกได้ไกลแค่ไหนก็คงไม่ใช่ประเด็น เพราะเขามีไว้ให้นั่งแช่น้ำถ่ายรูปชิคๆ ครับ ในส่วนนี้ก็อาจต้องดูสักนิดนึงเพราะจะต้องต่อคิวสักแปปนึง เพราะเพื่อนๆ ร่วมที่พักของเราก็มีไม่ใช่น้อยและอยากที่จะเก็บภาพความประทับใจ ผมก็เก็บไม่ได้ส่วนหนึ่งหละครับ ก็ถือว่าดีพอใช้ได้ กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือการดำน้ำดูปะการังแต่ต้องนั่งเรือออกไปนะครับในส่วนนี้ก็มีค่าบริการอยู่แต่ไม่น่าจะเกินหนึ่งพันบาท ไปสักช่วงบ่ายนิดๆ เย็นๆ ก็เห็นกลับมากันนะครับ แต่สำหรับผมนั้นเคยไปดำน้ำที่โซนเกาะช้างมาแล้ว ซึ่งก็ทราบมาว่าไม่ต่างกันนะครับ ไม่ว่าจะไปเกาะช้างหรือเกาะกูดก็ดำน้ำที่เดียวกัน ถ้าใครยังไม่เคยไปก็แนะนำให้ไปลองสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งนึงแล้วจะรู้สึกรักธรรมชาติ รักโลก รักสัตว์ รักสิ่งมีชีวิตมากยิ่งขึ้น เพราะเราจะได้พบกับสิ่งมีชีวิตมากมายในโลกใต้ท้องทะเล คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป แต่อย่าลืมไปแล้วขยะที่อยู่ในมือก็อย่าทิ้งไว้นะครับ ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อให้โลกของเราและสัตว์นั้นจะได้ไม่ตายเพราะขยะพลาสติก

เกาะกูดรีสอร์ท 2

สิ่งอำนวยความสะดวกของรีสอร์ท เกาะกูดรีสอร์ท

สิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม

  • รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี ห้องอาหาร/ภัตตาคาร บาร์ พื้นที่ชายหาดส่วนตัว
  • พื้นที่กลางแจ้ง – พื้นที่อาบแดด
  • พื้นที่ชายหาดส่วนตัว – สวนหย่อม

ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพัก

กิจกรรม

  • ชายหาด – กิจกรรมกีฬาทางน้ำในสถานที่ มีค่าบริการเพิ่มเติม
  • ดำน้ำ มีค่าบริการเพิ่มเติม – เรือแคนู มีค่าบริการเพิ่มเติม
  • ห้องคาราโอเกะ – ห้องเกม

อาหารและเครื่องดื่ม

  • บาร์ – ห้องอาหาร/ภัตตาคาร

อินเทอร์เน็ต

  • ฟรี! อินเทอร์เน็ตไร้สาย ให้บริการในพื้นที่ส่วนกลาง และไม่มีค่าบริการ

ที่จอดรถ

  • ไม่มีบริการที่จอดรถ

สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ

  • บริการนวด

บริการ

  • บริการรถรับส่ง (มีค่าบริการ)

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • ตู้นิรภัย

ทั่วไป

  • เครื่องปรับอากาศ – หนังสือพิมพ์

รายละเอียดคร่าวๆ ก็ประมาณนี้หละครับ

เมื่อเดินทางมาถึงที่พักเราก็ไปเช็คอินทันทีเลยครับ เดินไปสักประมาณหนึ่งร้อยเมตร ก็ต้องตะลึงกับวิวที่โคตรสวยอีกแล้ว มันต่างกับที่แรกนะครับ โชคดีของผมที่เลือกพักสองคืนในที่ที่ต่างกันได้เห็นบรรยากาศสองแบบสองสไตล์สองทัศนียภาพ จุดเช็คอินของเราที่นี่พี่พนักงานเต็มใจบริการและได้ช่วยแนะนำกิจกรรมต่างๆ มากมายให้เราได้เลือกสรร ระหว่างที่รอพี่เขาทำเรื่องก็หยุดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆ ที่พัก ด้วยที่พักหันหน้าออกไปทางทะเล และอยู่สูงพอที่จะมองเห็นวิวรอบๆ ได้อย่างชัดเจนและสวยใสเพราะวันนี้แดดค่อนข้างแรงพอสมควร ท้องฟ้าเปิดเป็นสีฟ้าเห็นเมฆชัดเจน ที่นี่คลื่นค่อนข้างสงบเพราะมีภูเขาบังเอาไว้ ในส่วนนี้ผมว่าดีมากเลย เพราะคลื่นจะไม่แรงมาก คลื่นค่อยๆ ซัดมา ค่อนข้างสงบเหมาะกับการพายเรือเล่นเป็นอย่างมาก

เช็คอินเสร็จแล้วก็ขนสำภาระเข้าห้องกันดีกว่า ที่พักของผมต้องเดินขึ้นเนินเขาสักนิดนึงครับ แต่ไม่ต้องกังวลนะเพราะมีพี่โรงแรมช่วยยกของอยู่ แต่ผมบอกพี่เขาไม่ต้องครับ เพราะเราแมนๆ ยกไหวอยู่ ว่าแล้วก็แบกเป้เข้าห้องกันเลย

ลักษณะของห้องผมก็ดูดีสมราคา โดยเป็นเรือนไม้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ที่ชอบสุดคือมีมุ้งด้วย เพราะผมแทบไม่ได้นอนในมุ้งมานานมากแล้ว ได้ฟิวไปอีกแบบ ในห้องตกแต่งด้วยวัสดุที่เป็นไม้เสียส่วนใหญ่ อารมณ์เหมือนไปนอนบ้านยายยังไงยังงั้น ด้านหน้ามีเปลอีก นั่งชิวๆ เล่นๆ หน้าห้องพักชมวิวสวน วิวทะเล กินเลย์ ขนมกรุบกรอบก็ดีเลยหละครับ แต่มีข้อเสียนิดนึงแอร์ที่นี่ต้องใช้เวลาสักนิดนึงห้องถึงจะเย็น เพราะอากาศรอบนอกค่อนข้างร้อน แต่จะอยู่ในห้องทำไมครับ ในเมื่อทะเลสวยๆ รอเราอยู่

 

เกาะกูดรีสอร์ท 1

ก้าวเข้าสู่คืนที่ สามแล้วน้า

นั่งรถไม่นานก็ถึงที่พักของเราคืนที่สองในเกาะกูด อันนี้ก็ต้องแล้วแต่นะครับว่าที่พักใครจะใกล้หรือไกล ก็ใช้เวลาต่างกัน ผมลืมเล่าไปนิดนึงวันที่ผมไปพักผ่อนนั้นเป็นวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์พอดี เป็นไปได้ยากเลยครับที่จะไม่โดนสาดน้ำจากเด็กๆ ถ้าใครซีเรียสก็ใส่เสื้อกันฝนบางๆ ติดไปก็ได้ครับ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสก็ให้น้องๆ เขาสาดเล่นบ้างก็ได้ครับ มันเป็นเทศกาลอะเนอะ แต่จะบอกว่านั้นมีตลอดทางเลยหน้า ห้าๆ ขากลับออกจากที่พักแรกเพื่อเดินทางไปที่ที่สอง ก็ไม่มีเล่นนะครับ เพราะที่พักผมนั้นอยู่ใกล้ๆกัน

ที่พักคืนที่สองของเรานั้นชื่อว่า เกาะกูดรีสอร์ทครับ

Koh Kood Resort ตั้งอยู่ในบริเวณชายหาดส่วนตัวบนเกาะกูดที่มีบรรยากาศของเขตร้อน ให้บริการห้องอาหาร บริการนวด และห้องพักพร้อมระเบียง นอกจากนี้ยังมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี

ห้องพักปรับอากาศที่ Koh Kood Resort ตั้งอยู่ในสวนเขตร้อน มีเคเบิลทีวี และห้องน้ำในตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น

ผู้เข้าพักสามารถจัดทริปดำน้ำหรือไปพายเรือแคนูโดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม นอกจากนี้ท่านยังสามารถผ่อนคลายด้วยการเล่นเกมในห้องเกม สำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการสำรวจเกาะ โรงแรมมีบริการรถจักยานยนต์เช่าและบริการรถรับส่ง

ห้องอาหารในสถานที่ให้บริการอาหารท้องถิ่นและเครื่องดื่มอย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นที่บาร์

 

Koh Kood Resort อยู่ห่างจากท่าเรือแหลมศอก 1 ชั่วโมง 30 นาที ด้วยการเดินทางโดยเรือเร็ว

 

สิ่งอำนวยความสะดวกยอดนิยม

รวมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี ห้องอาหาร/ภัตตาคาร บาร์ พื้นที่ชายหาดส่วนตัว

ห้องประเภทต่างๆ

บังกะโลวิวทะเลพร้อมเครื่องปรับอากาศ

ขนาดบังกะโล : 38 ม.²

บังกะโลวิวสวนพร้อมเครื่องปรับอากาศ

ขนาดบังกะโล : 35 ม.²

สุพีเรียร์บังกะโลวิวสวนพร้อมพัดลม

ขนาดบังกะโล : 35 ม.²

สุพีเรียร์บังกะโลวิวสวนพร้อมเครื่องปรับอากาศ

ขนาดบังกะโล : 35 ม.²

บังกะโลนี้มีเครื่องปรับอากาศ และลานเฉลียงพร้อมวิวทะเล

สิ่งที่มีในห้องน้ำส่วนตัว:

เครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี       ฝักบัว

สุขา

วิว:

วิวทะเล

สิ่งอำนวยความสะดวกในบังกะโล :

ตู้เย็น                          ระเบียง

โทรทัศน์                      พื้นที่นั่งเล่น

เครื่องปรับอากาศ   (มีบางห้องตามหัวข้อ)                                               พื้นไม้หรือปาร์เกต   มุ้ง

การสูบบุหรี่: ​ห้ามสูบบุหรี่

รอบ ๆ บริเวณที่พัก

สถานที่ใกล้เคียง *

น้ำตกคลองเจ้า 7.5 กม.

หมู่บ้านชาวประมง10.9 กม.

ชายหาดในละแวกที่พัก

Bang Bao Beach 300 ม.

Sai Daeng Beach 700 ม.

Ao Ngamkho Beach 1.1 กม.

Takhian Beach 1.3 กม.

สนามบินที่ใกล้ที่สุด *

Trat Airport 77 กม.

เช็คอิน 14.00 น. ไปถึงก่อนก็ดีครับ

เช็คเอาท์ 11.00 น.

 

Review Cham’s House Kohkood 1.9

เมื่อถึงเวลาก็ต้องพักผ่อน

เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันกับการทำกิจกรรมมากมาย ก็ถึงเวลาที่เราต้องพักผ่อนกันแล้วครับ แอร์เย็นฉ่ำกับเตียงนุ่มๆ พร้อมสำหรับการนอนหลับพักผ่อนกันแล้ว ว่าแต่ใครยังมีแรงเหลือจะเล่นน้ำหน้าห้องตัวเองก็ยังได้อยู่นะครับ

ม๊อนิ่ง ไม่มีไก่ขันแล้วนะครับสำหรับสมัยนี้ มีแต่เสียงนาฬิกาปลุกงิ้งๆ จากโทรศัพท์ของเรานี่แหละที่คอยหลอกหลอนโสดประสาทเราทุกวัน ขี้เกียจจังแทบไม่อยากจะลุกจากเตียงเล้ย แต่ก็ต้องฝืนลุกเพราะถึงเวลาอาหารเช้าแล้วหนาออเจ้า แม่การะเกดไม่ต้องไปโขลกน้ำพริก ตีกระเทียม ตั้งหม้อให้เหนื่อยแต่อย่างใด เพราะที่นี่เค้ามีอาหารเช้าบริการแบบ Full Option จัดเต็มกันเลยทีเดียว จะช้าไปใยไปจัดกันตามแบบฉบับหมูป่าผู้โหยหิวกันดีกว่า

รายการอาหารเช้าก็คงไม่ต่างจากโรงแรมระดับ 4-5 ดาวกันมากมายครับ ผมก็เล่นชิมซะทุกอย่าง อร่อยหมดทุกอย่างไม่มีที่ติ แต่ที่นี่เข้าดีตรงที่ทานอาหารเช้าพร้อมชมบรรยากาศทะเลไปด้วย เมื่อทานข้าวเสร็จก็ยังพอมีเวลาให้ถ่ายรูปได้อีก หรือจะไปนั่งตากแอร์เย็นๆ ที่ห้องก็ได้แล้วแต่ตามสะดวกเลย ส่วนผมก็เลือกที่จะไปลงสระน้ำสักอีกหนึ่งรอบ เอาแบบชุ่มฉ่ำไปเลย ฉ่ำปอดบวมน้ำกันพอแล้วก็เตรียมสัมภาระแพ็กกระเป๋าไปเช็คเอาท์ที่เคาน์เตอร์กันได้เลย คงเหมือนหลายๆ โรงแรมที่ต้องเช็อเอาท์ก่อน 12.00 น. ที่นี่ก็เช่นกันครับ เราก็ไปทำเรื่องที่เดิมตรงจุดที่เราเช็คอินนั่นแหละ แล้วเราก็นั่งรอในโซนที่โรงแรมเขาบริการ

ความพิเศษของเกาะกูดอย่างหนึ่งคือ การจะไปพักโรงแรมในคือนต่อไปหากเราเปลี่ยนสถานที่ เขาจะมีบริการรถรับส่งไว้คอยบริการเรา ที่สำคัญคือฟรี ที่จริงก็คงไม่ฟรีหรอกครับ แต่คงรวมมากับค่าเรือของเราไปแล้ว แต่ผมก็รู้สึกว่ามันยังฟรีอยู่น้า เพราะทั้งโรงแรมและพี่คนขับรถมีการติดต่อประสานงานกันตลอดเวลา คอยแจ้งเวลาที่รถจะมารับมีการบอกเวลาเป็นระยะ ประมาณ 12.20 น. ก็มีรถสองแถวมารับเพื่อไปอีกโรงแรมหนึ่ง เมื่อรถมาถึงพี่คนขับก็กระฉับกระเฉงรีบมาคอยบริการช่วยเรายกกระเป๋าให้เรา แต่ผมนี่ไม่ได้ให้พี่เขายก มีแต่จะช่วยคนอื่นยกขึ้นรถส่วนใหญ่ก็เป็นแขกฝรั่งแหละ ระหว่างทางก็มีคดเคี้ยวตลอดเวลา นี่ถ้าให้ขับเองเห็นว่าคงจะไม่ไหวแน่ ไม่ว่าใกล้หรือไกลพี่เขาก็ไปส่งครับ ส่งเราถึงที่ บริการดีแบบนี้ ยกนิ้วให้เลยครับ

Review Cham’s House Kohkood 1.8

บรรยากาศรอบนอกเป็นอย่างไรมาฟังจากผมได้เลยครับ

17.00 น. โดยประมาณ เก๊ง เก๊ง มีเสียงระฆังพร้อมพนักงานโรงแรมเดินมาเป็นขบวน ทีแรกผมก็งงว่าคืออะไร แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า อ้อ นี่เป็นเวลาช่วง ฟรี ซอฟท์ดริ้งนี่เอง ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ มันคือเรื่องจริง เพราะที่นี่เขาคอกเทลบริการฟรีช่วง 5 โมงเย็น ถึง 6 โมงเย็น  ว่าแล้วก็ไปจัดกันเลย เติมไม่อั้นเลย แต่ผมนี่ก็จัดไปแค่สามแก้วเอง ห้าห้าห้า

Happy Hour…คุณเคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขไหม?

ผมเชื่อนะ เรื่องของชั่วโมงแห่งความสุข จริงๆทุกคนก็มีช่วงเวลาในแต่ละวันที่สามารถมีความสุขได้ อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่คุณเองอาจจะมองข้ามไป เช่น ช่วงเวลากลางวัน มื้อเที่ยงกับเพื่อนร่วมงาน หรืออาจจะเป็นช่วงเวลาอาหารเย็นที่ทุกคนจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เวลาแบบนี้มันมีคุณค่าเหลือเกินนะครับ

สำหรับ Cham’s House แล้ว ได้จัดช่วงเวลาแห่งความสุข ซึ่งเราได้เลือกเวลาที่ทุกท่านจะได้ดื่มด่ำกับบรรยาศ และความสวยงามของท้องทะเล พร้อมกับเครื่องดื่มแก้วโปรด ในช่วง 17.00-18.00 น. ตลอด 1 ชั่วโมง ทุกท่านจะได้เห็นท้องทะเลที่กว้างใหญ่ และท้องฟ้าสีชมพู ก่อนพระอาทิตย์จะตกลงบริเวณหน้า Cham’s House พอดี

บรรยากาศที่ดี กับเครื่องดื่มดีๆสักแก้ว เพื่อเติมเต็มช่วงโมงแห่งความสุขให้ “สุข” ยิ่งขึ้นจิบคอกเทลนอนฟังเสียงคลื่นพร้อมกับเบิกตามองวิวที่อยู่ตรงหน้านี่ช่างงดงามจริงๆ ไม่มีกล้องถ่ายรูปไหนจะชัดเท่ากับเลนส์ตาของเราอีกแล้ว ไม่มี มันสวยมากเกินบรรยายเป็นตัวอักษรผ่านจอมือถือของท่านได้ อยากให้ลองได้มาสัมผัสกับตัวเองว่า เกาะกูดจามเฮาส์นั้นสวยขนาดไหน

เกือบลืมไปครับที่นี่เค้ามีบริการอาหารที่ลอยน้ำบนสระได้ด้วยห้าๆ

Floating Brunch

– Somtam Koongyang

– Grilled Chicken with northern style sauce

– Spring roll

– Fruit platter

– 2 bottle of drining water or Coke

ราคาก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของอาหารนะครับแต่เริ่มต้นด้วย 1,200 บาท

ห้องอาหารสำหรับมื้อเย็นมีให้บริการลิมทะเล เนื่องด้วยราคามันจะต่างกันนิดนึง                    ผมจึงเลือกกินตอนก่อนสี่โมงเย็น กลางคืนก็กินขนมนิดๆ หน่อยๆ ก็อิ่มแล้วครับ แต่ถ้าใครสนใจเค้าก็มีบริการอยู่น้า

หรือถ้าเราอยากเปลี่ยนบรรยาการทานอาหารริมทะเลแบบสุดๆ ก็ต้องนี่เลยครับ

Picnic Set

Menu

– 1 Pizza

– 1 Fresh fruit platter

– 2 fresh coconut

– 2 Drinking water or Soda

ราคาก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของอาหารนะครับแต่เริ่มต้นด้วย 1,800 บาท

เมนูพิเศษเหล่านี้ผมไม่ได้ลองเล้ย เพราะราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่ เลยซัดแต่มาม่าครับ ห้าห้า

                                                                      

 

Review Cham’s House Kohkood 1.7


บรรยากาศรอบนอกเป็นอย่างไรมาฟังจากผมได้เลยครับ

เมื่อพูดถึงบรรยากาศรอบโรงแรมแล้วนั้นเรียกได้ว่าทุกอย่างผ่านการออกแบบและจัดวางมาได้อย่างลงตัวที่สุดเลยครับ เริ่มตั้งแต่โซนล็อบบี้ต้อนรับแขกสำหรับเช็คอินก็มีบริเวณกว้างขวาง ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถถ่ายรูปเพลินๆ ได้ขณะรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางข้อมูลให้กับเรา อย่าลืมดื่มน้ำกระเจี๊ยบหอมเย็นชื่นใจพร้อมทั้งผ้าเย็นที่มีบริการกันด้วยนะครับ ผมนี่ขอน้ำตั้งสองแก้วเลย

ว่าแล้วก็แบกกล้องเดินถ่ายรูปถ่ายบรรยากาศไปเรื่อยเลย เพราะทุกมุมสามารถถ่ายได้หมดเลยถือว่าสวยทุกมุม ระหว่างเดินทางลงไปชายหาดก็จะพบห้องพักแบบต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วเมื่อตอนก่อนๆ วิวแต่ละห้องก็จะต่างกันไปเพราะอยู่ตามเขาแต่ไม่ชันมากนะ โซนห้องผมอยู่ตรงกลางพอดีที่เหมาะเจาะ ด่านล่างจะมีห้องอาหารสำหรับคอยบริการ ราคาอาหารก็จะต่างกัน โดยในช่วงเวลาเช้าถึงบ่ายๆ ราคาจะถูกกว่าช่วงเย็น เมนูอาหารก็แล้วแต่เราเลือกเลยครับ มีทั้งแบบจานเดียว และอาหารหลากหลายเมนู อาหารทะเล พิซซ่านี่ต้องให้ลองชิมเลย เพราะมันอร่อยมากจริงๆ เดินลงมาก็ถึงหาดพอดี หาดทรายขาว เม็ดละเอียดเดินแล้วนุ่มเท้า น้ำทะเลใสและมีสีออกเขียวแกมฟ้า เมื่อเห็นด้วยตาตัวเองแล้วต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียวหละครับ เพราะมันสวยจริงๆ เราไม่ต้องเดินทางไปไกลเลย เพราะทะเลภาคตะวันออกก็สวยจนไม่รู้จะสวยอย่างไรแล้ว หาดที่นี่มีลักษณะหาดเปิดไม่มีภูเขาบัง ทำให้เรามองเห็นทัศนียภาพได้เต็มๆ แบบพาโนรามาเลยก็ว่าได้ เตียงชายหาดก็มีทั้งแบบเป็นไม้ที่รองด้วยเบาะหนังนุ่มกำลังดี และแบบที่นั่งนิ่มๆ ผมเรียกไม่ถูกแฮะ แต่รู้สึกว่านั่งและนอนแล้วรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก มองไปที่ด้านขวาของโรงแรมโดยหันหน้าออกทะเล ก็จะพบชิงช้าของที่จามเฮาส์ ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ ที่ใครก็มาก็อดแชะถ่ายรูปกันไม่ได้ จริงๆ ก็ได้แตกต่างอะไรมากมายจากที่อื่น แต่ทำไมไม่รู้ผมก็ใช้เวลาถ่ายรูปกับชิงช้านั้นได้นานเลย มองไปด้านซ้ายของโรงแรมโดยหันหน้าออกทะเล ก็จะพบหาดทรายทอดยาวออกไปที่ยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก เพราะไม่มีรีสอร์ทหรือโรงแรมใดมาตั้งใกล้ๆ ทำให้เราได้เดินชมบรรยากาศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในพื้นที่บริเวณนั้นได้อีกมาก ผมไปในช่วงที่เสี่ยงมีฝนเล็กน้อยก็ยังหวั่นๆ อยู่ตอนดูพยากรณ์อากาศ แต่พอไปถึงแล้วฟ้าก็เปิด น้ำก็ใส แต่แอบมีคลื่นแรงนิดนึง คงไม่เหมาะกับการพายเรือเท่าไรครับ แต่พี่พนักงานบอกว่าถ้าน้ำนิ่งๆ นี่พายเรือสนุกเลย

       

 

Review Cham’s House Kohkood 1.6 (เจาะลึกภายในห้อง)

มาเจาะลึกภายในห้องกันบ้างดีกว่าครับ

        อ่างน้ำแบบชมวิวท้องฟ้าได้นี่ของเด็ดเลยหละครับ เพราะจากการหาข้อมูลมานั้นว่ากันว่าการออกแบบนั้นที่ปลายปล่องของมุมที่เห็นท้องฟ้านั้นจะมีต้นไม้แผ่ให้เห็นนั่นคือความตั้งใจของผู้ออกแบบที่ทำให้เกิดขึ้น อ่างน้ำเราสามารถแช่ได้ทั้งวันทั้งคืนเพราะมันอยู่ในโซนห้องของเราครับ

มินิบาร์เติมสองเวลา ฮ้าฟังไม่ผิดหรอกครับ เมื่อไปถึงผมอยากจะบอกว่าให้เก็บมินิบาร์ที่ประกอบไปด้วย ถั่วอบเกลือ พิงเกิ้ลสองกระป๋อง ของกินเล่น เป๊ปซี่สองกระป๋อง น้ำเปล่าสองขวด แล้วก็กาแฟสำหรับชงกับเครื่องชงที่มีให้บริการในห้องของเราเลยถ้าเราไม่กินมินิบาร์ทังหมดก็ขอให้เก็บไว้ในกระเป๋าเราเลยครับ เพราะที่นี่เขาใจดี ตอนเช้าเขาจะเอามาเติมให้ใหม่ทั้งหมด โอ้โหแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเติมให้อีก ผมนี่ยิ้มเลย เพราะมีของกินที่ไม่ต้องซื้ออีกตั้งหนึ่งมื้อเลยนะครับ กาแฟแบบสำเร็จที่ใส่เครื่องชงกาแฟก็มีบริการนะครับแต่ในส่วนนี้ผมไม่ได้ลองลิ้มรสชาดเลย

ด้วยห้องเป็นลักษณะโค้งคล้ายแบบพาโนรามาทำให้เราเห็นวิวได้เป็นมุมกว้างจริงๆ แล้วเราสามารถนอนบนเตียงนุ่มๆ ก็ได้เลยนะครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่เราประทับใจอีกก็คือ ไฟฉายสำหรับส่องสว่างในยามค่ำคืน ร่มที่มีให้บริการในห้องจำนวนสองคัน ตู้นิรภัยที่ใช้บริการง่าย กาน้ำร้อนสำหรับต้มมาม่าหรือกาแฟ ตู้เย็นขนาดพอเหมาะสามารถใส่ของที่ผมซื้อมา ลืมบอกไปครับ ด้วยความกลัวว่าของบนเกาะจะราคาสูง ผมจึงจัดการเสบียงมาจากฝั่งเลย คุณผู้อ่านเชื่อไหมครับผมซื้อน้ำขวดหนึ่งจุดห้าลิตรครึ่งโหล และบรรดาขนมกรุบกรอบ ช็อคโกแลต มาม่า โจ๊ก หอบหิ้วขึ้นมาบนเรือฝ่าน้ำฝ่าทะเลมาจนถึงที่พัก ใครเห็นต่างก็หัวเราะนะครับ ว่าจะขนมาอะไรขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่สนใจครับ เพราะของบนเกาะนั้นราคาค่อนข้างสูงพอตัวอยู่นะครับ อันนี้ก็เข้าใจได้ว่ามันต้องมีต้นทุนค่าขนส่งค่าเรือ ค่าน้ำมัน ราคาก็เลยค่อนข้างสูงไปนิดนึง แต่ไม่ได้แพงมากมายขนาดนั้นนะครับ เป็นราคาที่ถ้าจำเป็นจริงก็สามารถจ่ายได้ ถ้าใครไม่ได้คิดอะไรก็ไม่ต้องหอบมาเหมือนผมนะครับ เพราะมันก็เหนื่อยพอตัวอยู่ ห้าห้าห้า แต่จะว่าไปนั้นเสบียงที่เตรียมมาก็อยู่ได้ถึงสามวันสองคืนเลยนะครับ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มแถมขากลับยังกินไม่หมดเลยนะ ยังไงก็ลองวางแผนดูได้ครับ