ฟิลิปฟินส์ ท่องเที่ยวสูดกลิ่นอายแห่งธรรมชาติที่สายท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ฟิลิปฟินส์ ท่องเที่ยวสูดกลิ่นอายแห่งธรรมชาติที่สายท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

แน่นอนว่า ฟิลิปฟินส์ มีจุดเด่นหนึ่งที่ทุกท่านรู้กันดี นั่นก็คือแรงงานทุกคนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ นั่นเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณสามารถท่องเที่ยวในประเทศนี้ได้อย่างสะดวกสบายหายห่วง ทว่า ฟิลิปปินส์ นั้นดูไม่ได้โดดเด่นมากมายหากคุณไม่ใช่นักท่องเที่ยวตัวยงที่เก็บกระเป๋าเดินทางมาแล้วรอบโลก วันนี้เราจะมาเปลี่ยนความเชื่อดังกล่าว โดยการนำสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามของฟิลิปปินส์มาให้ทุกท่านรับชม

               โบสถ์ซานอะกุสติน

ฟิลิปฟินส์

ภาพโดย benjieordones

               สถานที่ท่องเที่ยวแรกในเมืองฟิลิปปินส์ที่เราแนะนำนั้นก็คือโบสถ์ซานอะกุสติน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมะนิลา โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1589 ปัจจุบันนับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ที่สุดในฟิลิปปินส์ ประตูไม้ทางเข้ามีการแกะสลักที่วิจิตรบรรจงสวยงาม ได้รับอิทธิพลมาจากแม็กซิกัน เพดานอันงดงามถูกวาดโดยศิลปินอิตาลี

               ภูเขาไฟมายอน

   ภูเขาไฟมายอน

ภาพโดย Storm Crypt

               ภูเขาไฟมายอนสูงจากระดับน้ำทะเล 8,000 ฟุต นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมาย ทั้งตั้งแคมป์ ปืนเขา เดินป่า เที่ยวชมนก ถ่ายภาพสวยๆกับจุดชมวิวที่งดงาม มายอนเป็นภูเขาไฟที่ผ่านการประทุบ่อยที่สุดในฟิลิปปินส์ คือมากกว่า 49 ครั้งในรอบ 400 ปี

               เปอร์โตกาเลรา

ฟิลิปฟินส์

ภาพโดย Storm Crypt

เปอร์โตกาเลรา คือเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของมะนิลาซึ่งมากมายไปด้วยเสน่ห์ มีจุดดำน้ำที่แสนยอดเยี่ยมเพื่อชื่นชมสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร และบาร์เล็กๆ

               อุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินปูเวย์โตปรินเซซา

ฟิลิปฟินส์

               เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดว้าวในฟิลิปปินส์ ปูเวย์โตปรินเซซาตั้งอยู่ชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะปาลาวาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ อุดมณ์ไปด้วยสัตว์ป่า หากคุณได้ลองไปเยือนสักครั้งที่นั่นจะมีไกด์คอยรับรองอยู่ นอกจากนี้เขายังทำหน้าที่พายเรือให้คุณอีกด้วย

               ภูเขาช็อคโกแล็ต

 ภูเขาช็อคโกแล็ต

               นี่คือสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งในฟิลิปปินส์ มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่ง ประกอบด้วยเนินดินอย่างน้อย 1,268 เนินกระจายอยู่ทั่วเกาะโบโฮล ปกคลุมด้วยความเขียวชอุ่มของพืชพรรณนานาชนิดเมื่อในหน้าแล้วจะกลับกลายเป็นสีดั่งช็อคโหแลตและนั่นคือที่มาของชื่อภูเขาแห่งนี้