แม่กำปอง หมู่บ้านวิถีสโลว์ไลฟ์ หลีกหนีความวุ่นวาย นอนเอนกายกับหุบเขาและธรรมชาติ

แม่กำปอง หมู่บ้านวิถีสโลว์ไลฟ์ หลีกหนีความวุ่นวาย นอนเอนกายกับหุบเขาและธรรมชาติ

ในปัจจุบันนี้เชื่อเหลือเกินว่า การได้ปล่อยกาย ปล่อยใจให้อยู่กับธรรมชาติ ให้อยู่กับวิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า “วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์” ตื่นเช้าสัมผัสธรรมชาติ ทานอาหารคลีน หรืออาหารที่มีคุณประโยชน์กับชีวิต ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร ถึงแม้จะเป็นเวลาช่วงสั้น ๆ แต่หลาย ๆ คนก็คงจะคิดว่ามันคงเป็นวิถีชีวิตที่น่าอิจฉา และอยากจะสัมผัสถึงวิถีชีวิตแบบนี้บ้างต้องไปพบกันที่ แม่กำปอง

แม่กำปอง

แน่นอนเลยทีเดียวว่าเชียงใหม่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ใครหลายต่อหลายคน ต้องการปักหมุด ต้องการเดินทางไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่เมืองนี้ ซึ่งชานเมืองเชียงใหม่ที่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 50 กิโลเมตร ณ อ.แม่ออนมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งซ่อนเร้นท่ามกลางหุบเขา และกลายเป็นหมู่บ้านที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และโฮมสเตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ซึ่งก็คือ หมู่บ้านแม่กำปอง” นั่นเอง

แม่กำปอง หมู่บ้านแม่กำปองนี้มีแม่น้ำไหลผ่านทั้งหมู่บ้าน สนุก สดชื่น ชุ่มฉ่ำ ทั้งวัน

แม่กำปอง หมายความว่าอะไร อาจจะต้องแยกออกมาเป็น 2 คำคือคำว่า “แม่” แปลว่า “ลำธาร” และ “กำปอง” แปลว่าต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีดอกสีเหลือง แดงขึ้นตามลำธารโดยตลอด ซึ่งหมู่บ้านแม่กำปองนี้มีแม่น้ำไหลผ่านทั้งหมู่บ้านซึ่งแม่น้ำนี้มาจากน้ำตกแม่กำปอง 

แม่กำปอง น้ำตก

น้ำตกแม่กำปองเป็นน้ำตกที่มีความสูงไม่ชันมาก แต่ด้วยความที่อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี น้ำจากน้ำตกแม่กำปองนี้มีความเย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกคนก็จริง แต่โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่ต้องการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์จากทางใต้ที่ไม่เคยสัมผัสอากาศหนาวเย็น และอยากที่จะสัมผัสอากาศหนาวเย็นเสียเหลือเกินนั้นถือว่าสุดยอดมาก ๆ  ซึ่งไม่สามารถบรรยายให้ได้สัมผัสถึงบรรยากาศเช่นนั้น นอกจากนี้เสียงน้ำตกที่กระทบกับโขดหิน หลับตายังลงเมื่อใด เสียงนั้นก็เสมือนเสียงเครื่องดนตรีธรรมชาติที่บรรเลง ยิ่งเมื่อได้ยินประกอบกับเสียงนกร้องด้วยแล้ว ยิ่งเสมือนกับว่ามีนักร้องจากธรรมชาติร้องเพลงโอ้เจ้านกไนติงเกลให้ฟังเลยทีเดียว (ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่นกไนติงเกลก็ตามที) แค่ได้ฟังเพียงเท่านี้ก็แสนจะสุขใจมากมายเท่าไหร่แล้ว 

แม่กำปอง บรรยากาศ

เมื่อตะวันลาลับขอบฟ้าแน่นอนว่า พระอาทิตย์จะต้องขึ้นอีกครั้งทางทิศตะวันออกในอรุณรุ่งของวันใหม่อย่างแน่นอน ที่แม่กำปองนี้ก็ยังมี “กิ่วฝิ่น” ที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่าง 2 จังหวัด คือเชียงใหม่ และลำปาง ต่างก็อวดแสงสีตะวันทอแสงที่สวยงามอวดนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสชีวิตสโลว์ไลฟ์ เมื่อบันทึกความทรงจำที่สวยงามเรียบร้อยแล้ว พุทธศาสนิกชนนั้นส่วนใหญ่ก็จะไม่พลาดวิถีชาวพุทธ นั่นคือการทำบุญตักบาตร 

แม่กำปอง วัดพุทธ

เมืองสโลว์ไลฟ์อย่างแม่กำปองนี้ก็มีวัดพุทธไว้ให้พุทธศษสนิกชนที่มีความศรัทธาได้ร่วมทำบุญ และบันทึกความทรงจำกับโบสถ์กลางน้ำที่สวยงามที่วัดคันธาพฤกษา (วัดแม่กำปอง) เพียงได้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องเร่งรีบ สัก 2 วัน 1 คืนที่บ้านแม่กำปองแห่งนี้ เพียงเท่านี้คงจะชาร์จพลังงานธรรมชาติเข้าเต็มร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้ และฟ้นฝ่ากับชีวิตในเมืองได้ต่อไป 

ขอบคุณรูปภาพจาก ซิตี้ทัวร์,  ทอปปิกเชียงใหม่,  ทัวร์ออนไทย